ทุกภาคส่วนร่วมผลักดัน อีอีซี เดินหน้าสุดกำลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ข้อมูลเพิ่ม

ผู้เขียน หัวข้อ: ทุกภาคส่วนร่วมผลักดัน อีอีซี เดินหน้าสุดกำลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ข้อมูลเพิ่ม  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 13, 2018, 06:54:06 AM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 390
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน อีอีซี เดินหน้าสุดกำลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พลิกฟื้นประเทศในทุกมิติ สร้างองค์ประกอบเบื้องต้นของภาคตะวันออก เชื่อมโยงภูมิภาคด้วยรถไฟความเร็วสูง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันชิงชัย ยั่วยวนใจนักลงทุนสู่ภาคตะวันออกของไทย
.

.
ในงาน Go Thailand : ลงทุนเพื่ออนาคต นายคณิศ แสงสว่างสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการแนวทางการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ประเมินคุณค่าการลงทุนทั้งยังในภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านล้านบาท เฉพาะใน 5 โครงงานหลักของ EEC (EEC Project List) ก็มีมูลค่าลงทุนรวมถึง 6 แสนล้านบาท โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน (PPP) มี
.

.

1. แผนการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ร่างขอบเขตการลงทุน (TOR) สำเร็จแล้ว คาดว่าจะเซ็นสัญญาในเดือนกันยายน 2561 เปิดปฏิบัติการปี 2566
.

.

2. แผนการสนามบินอู่เรือสะเภา ร่าง TOR กรกฎาคม-ส.ค. 2561 เซ็นสัญญาธันวาคม 2561 ถึงมกราคม 2562 เปิดดำเนินงานปี 2566
.

.

3. โครงงานศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) ร่าง TOR เดือนมีนาคม-เมษายน 2561 เซ็นสัญญากรกฎาคม-เดือนสิงหาคม 2561 เปิดปฏิบัติการปี 2564
.

.

4. โครงงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ร่าง TOR มิ.ย.-เดือนกรกฎาคม 2561 เซ็นสัญญาพ.ย. 2561 เปิดปฏิบัติการปี 2567
.

.

5. แผนการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ร่าง TOR สิงหาคม 2561 เซ็นสัญญาม.ค. 2562 เปิดจัดการปี 2568
จากการลงทุนปรับปรุงองค์ประกอบเบื้องต้นใน 5 แผนการหลัก คาดว่าจะมีผลให้การลงทุนของประเทศขยายตัวราว 10% นำมาซึ่งการทำให้ GDP ขยายตัวมากขึ้นอีก 2% ต่อปี เพราะว่าบรรดาบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว จะขยายการลงทุนมากขึ้น ในตอนที่บริษัทรายใหม่ก็จะเข้ามาลงทุน มั่นใจว่าจะนำมาซึ่งการทำให้ฐาน GDP ปี 2561 ขยับขึ้นไปที่อยู่ที่ระดับ 4% หรือ 5%
การลงทุนในโครงการองค์ประกอบเบื้องต้นใน อีอีซี เป็นวัสดุพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรม ปรับปรุงเมือง แล้วก็พัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงงานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่เรือตะเภา) กับโครงงานสนามบินอู่ตะเภา จะต้องเปิดดำเนินการพร้อมกันในปี 2566 มิเช่นนั้นจะเป็นผลกระทบอย่างมาก
.

.
 

เลขาฯ อีอีซี กล่าวว่าเว้นเสียแต่รัฐบาลจะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก แล้วยังได้แก้กฎหมาย BOI ในเรื่องสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนคนต่างชาติ ตั้งกองทุนเพิ่มระดับความสามารถการประลอง ระหว่างที่ร่าง พระราชบัญญัติ EEC ผ่าน สนช. แล้ว รอการประกาศใช้ ส่วน พ.ร.บ.แบบแปลนเมืองอยู่ระหว่างการใคร่ครวญของ สนช. และก็กำลังแก้ไข พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ในส่วนประเด็นการดึงดูดการลงทุนในอีอีซี จะจัดโรดโชว์ร่วมกับกลุ่มนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในจีน ญี่ปุ่นแล้วก็ยุโรปก่อน จากนั้นจะพิเคราะห์ความน่าจะเป็นไปได้ในประเทศอื่นที่มีศักยภาพ อย่างเช่น สหรัฐ คาดว่าจะโรดโชว์ในช่วงครึ่งปีแรกหรือเดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายนนี้
เร่งร่าง TOR รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน
นายจเร รุ่งฐานีย รองผู้ว่าการรถไฟที่ประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวถึงโครงงานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่ามีความคืบหน้าด้านการร่างเอกสาร TOR คาดว่าจะสำเร็จด้านในเดือนมีนาคม ปี 2561 คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนเอกชนราวต้นเดือนเมษายน เปิดให้เอกชนเตรียมเอกสารยื่นข้อเสนอประมาณ 4 เดือน แล้วก็เลือกเฟ้นเอกชนพร้อมจัดทำร่างสัญญาช่วงปลายพ.ย. ถึงต้นธันวาคม ปี 2561
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แบ่งได้ 5 ส่วน แบ่งเป็น
งานโยธา 3 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 เครื่องปรับอากาศพอร์ตลิงค์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงสถานีพญาไท
ส่วนที่ 2 จากสถานีพญาไทถึงสนามบินดอนเมือง
ส่วนที่ 3 จากสถานบินสุวรรณภูมิไปท่าอากาศยานอู่เรือสะเภา จังหวัดจังหวัดระยอง
งานพัฒนาที่ดิน 2 ส่วน เพื่อช่วยเหลือการลงทุนเชิงพาณิชย์ เป็น
ส่วนที่ 4 พัฒนาที่ดินรอบๆสถานีมักกะสัน ขนาด 140 ไร่
ส่วนที่ 5 ปรับปรุงที่ดิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  ขนาด 24 ไร่
.

.
สำหรับแผนการรถไฟรางคู่วิ่งให้บริการจากจังหวัดกรุงเทพ ถึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  มีแผนการจะสร้างถัดไปจนถึง จ.ระยอง เพื่อเชื่อมต่อ 3 ท่าเรือเป็นท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และก็ท่าเรือมาบตาพุด อำนวยความสะดวกสำหรับในการขนส่งผลิตภัณฑ์ให้เร็วทันใจยิ่งขึ้น แล้วก็ลดภาระหน้าที่การขนส่งผลิตภัณฑ์ทางถนน อีกทั้งลดเงินลงทุนการขนส่งให้กับเอกชน
ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เพิ่มสมรรถนะขนส่งผลิตภัณฑ์
สำหรับความคืบหน้าโครงงานพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ทาง ร.ต.ต.ผู้ปรึกษาราชการ ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง บอกว่าจะเน้นใน 2 ทิศทางเป็นทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการขนส่งผลิตภัณฑ์ผ่านระบบตู้คอนเทนเนอร์ จากเดิมรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละ 10.8 ล้าน TEU** จะเพิ่มเติมปีละ 7 ล้าน TEU เท่ากับว่าท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะรองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละประมาณ 18 ล้าน TEU
รวมทั้งเพิ่มระดับความสามารถการส่งออกรถยนต์จากท่าเรือแหลมฉบังอีกปีละ 1 ล้านคัน จากเดิมส่งออกได้ปีละ 2 ล้านคัน รวมแล้วปีละ 3 ล้านคัน หากในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าก็สามารถปรับท่าเรือแหลมฉบังให้ขนส่งผลิตภัณฑ์ผ่านตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งวางแบบให้สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ กว้าง 360 เมตร ความลึก 18 เมตร ได้ด้วย
(**Twenty Foot Equivalent Unit : TEU คือ หน่วยนับสินค้าที่ใส่ในตู้คอนเทนเนอร์ความยาว 20 ฟุต ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต พอๆกับ 1 TEU ถ้าเกิดตู้คอนเทอนเนอร์ 40 ฟุต เท่ากับ 2 TEU)
ศูนย์ซ่อมอากาศยานล้ำสมัยสุดยอด
นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย กล่าวว่าศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่เรือสำเภา (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) จะใช้งบประมาณหมื่นล้านบาท มีความนำสมัยสุดยอด สามารถซ่อมได้ทั้งเครื่องแอร์บัสรวมทั้งโบอิ้ง จัดแจงจะเสนอแผนร่วมทุนกับแอร์บัสเร็วๆนี้ ระหว่างที่กองทัพเรือซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จะลงทุนด้านสิ่งปลูกสร้างแล้วก็งานโยธา
ภาคธุรกิจมั่นใจ อีอีซี ตอบปัญหาพัฒนาประเทศ
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งเมืองไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่าโครงการฐานรากต่างๆของ อีอีซี จะปรับปรุงพื้นที่ภาคตะวันออก นำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลดีต่อสามัญชนในพื้นที่อย่างมาก เช่น โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะก่อให้เกิดความยั่งยืนมั่นคงด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำก็จะมีความพร้อมเพรียงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากว่าจำเป็นต้องรองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
.

.
นายสุพัฒนดงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรวมทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีหน โกลบอลเคมิคอล (PTTGC) ระบุว่าการที่ร่าง พระราชบัญญัติ EEC ผ่านการใคร่ครวญของ สนช. ช่วยทำให้เกิดความเด่นชัดซึ่งจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ในส่วนของ PTTGC จัดแจงลงทุนในโครงงาน EEC โดยได้ลงชื่อความร่วมแรงร่วมมือกับอีก 5 บริษัท เพื่อพัฒนาแผนการต่างๆภายใต้งบประมาณกว่าแสนล้านบาท ดังเช่นว่า ด้านอุตสาหกรรมไบโอเคมีคอล นำปาล์มไปผลิตเป็นไบโอดีเซลและก็สารที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางรวมทั้งเวชภัณฑ์ คาดว่าใช้งบราว 20,000 ล้านบาท
.
สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ EEC Focus ติดต่อได้ที่นี่
Website EEC Focus https://www.salika.co/eec-focus/

Tags : EEC,EEC Focus